บริหารจัดการอาคาร: อากาศร้อนทำให้แอร์เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติจริงหรือ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ประเทศไทยของเรานั้น เป็นประเทศที่มีอากาศร้อนอบอ้าวมาก
ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่มักจะชื่นชอบอากาศเย็นมากกว่าอากาศร้อนอย่างแน่นอน

ทำให้หลายบ้านจำเป็นต้องติดตั้งเครื่องปรับอากาศ เพื่อคลายร้อน
แต่ก็ต้องแลกกับการที่เราจะต้องมานั่งเสียค่าไฟ เสียค่าใช้งานจากการที่เราใช้แอร์
ซึ่งแอร์ ถือว่าเป้นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ไฟเปลืองมากที่สุด และยิ่งต้องมาสู้กับสภาพอากาศบ้านเราแล้วด้วย
ต้องบอกเลยว่า ต้องจ่ายค่าไฟมหาศาลเลยในแต่ละเดือน แต่ก็ยังมีเทคนิคหลายอย่างในการใช้งานแอร์
ที่จะทำให้เราสามารถประหยัดไฟไปได้เยอะ นั่นก็คือ การล้างทำความะสอาดแอร์
รวมไปถึงปัจจัยหลายๆอย่าง เช่น การติดตั้งแอร์ในตำแหน่งที่เหมาะสม
หรือการเลือกซื้อแอร์ที่มีค่า BTU เหมาะสมกับขนาดห้องปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อการทำงานของแอร์ทั้งสิ้น

ดังกล่าวหากคิดที่จะติดตั้งแอร์หรือเครื่องปรับอากาศแล้วก็ต้องปรึกษาช่างหรือศึกษารายละเอียดให้ดี
ดีกว่าต้องมาแก้ไขปัญหาทีหลัง ซึ่งจะยิ่งทำให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มไปอีก

ทั้งหมดที่กล่าวมานั้น เป็นปัจจัยที่เราสามารถเลือกและควบคุมได้
ในการที่เราจะทำให้แอร์ของเราสามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
และช่วยบำรุงรักษาให้เราใช้แอร์ไปได้ยาวๆ โดยไม่เสื่อสภาพก่อนถึงเวลาอันควร
แต่ก็ยังมีอีกหลายๆปัจจัยที่เราไม่สามารถควบคุมได้นั่นก็คือ สภาพอากาศที่ร้อนมากๆนั่นเอง

หลายคนก็เกิดความสงสัยว่าจริงๆแล้ว อากาศที่ร้อนมากๆ จะทำให้แอร์เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติหรือไม่
วันนี้เราจะมาพูดถึงประเด็นดังกล่าวเพื่อให้ความรู้กับพ่อบ้านแม่บ้านกัน
เพื่อเป็นแนวทางในการใช้งานแอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

โดยปกติแล้ว สภาพอากาศมีส่วนต่อการทำงานของแอร์ แต่ก็ยังมีอีกหลายปัจจัย
ที่ทำให้แอร์เกิดการเสื่อมสภาพเร็วหรือเกิดการเสียหายได้
ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ เครื่องมือ และสภาพแวดล้อมหรือปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้เครื่องปรับอากาศนั้นมีอายุการทำงานได้สั้นลง
ทั้งนี้อากาศร้อนของเมืองไทยนั้นก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เครื่องปรับอากาศนั้นเสื่อมสภาพลง
เช่น คอมเพรสเซอร์แอร์นั้นติดตั้งในฝั่งที่มีแสงแดดส่องถึงอยู่ตลอดเวลา
ไม่มีร่มบังแดดบังฝนอาจจะทำให้เครื่องปรับอากาศร้อนขึ้นได้ง่าย ซึ่งควรที่จะทำพื้นที่ในการบังแดด
เพื่อที่จะยืดอายุการใช้งานของเครื่องปรับอากาศและมีอากาศเย็นๆ ไหลเวียนอยู่ตลอดเวลาทุกครั้งที่เปิด

หากต้องการยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานยิ่งขึ้น ก็ควรติดตั้งคอมเพรสเซอร์แอร์ห่างจากผนังบ้านประมาณ 10 cm
และบริเวณหน้าคอมเพรสเซอร์ไม่ควรมีสิ่งใดมาบดบัง ประมาณ 60 – 80 cm จัดวางในตำแหน่งไม่โดนฝนสาดง่าย
ไม่โดนแสงแดดโดยตรงตลอดทั้งวัน กรณีวางบนพื้นระเบียง ควรให้สูงกว่าพื้นประมาณ 10 cm เพื่อป้องกันน้ำท่วมขัง
ดังนั้น อาจจะต้องรักษาสภาพของคอมเพรสเซอร์ให้ดีสมบูรณ์อยู่เสมอก็จะทำให้ความเย็นของเครื่องปรับอากาศทำงานได้เต็มที่
หรือ ผลกระทบที่ส่งผลมากที่สุดคือความร้อนแรงของแสงแดด หากห้องที่ติดแอร์มีผนังที่ค่อนข้างบาง
ก็สามารถทำให้ความร้อนจากแสงแดดเข้ามาสู่ภายในได้ หากผนังบ้านมีความบาง
ควรที่จะหาวัสดุกันความร้อนหรือทาสีกันความร้อนเพื่อบรรเทาความร้อนของบ้านได้ส่วนหนึ่ง
และทำให้เครื่องปรับอากาศของคุณทำงานได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ความร้อนถึงแม้ว่าจะมีส่วนที่ทำให้แอร์เสื่อมสภาพเร็ว
แต่ถ้าหากเราเลือกแอร์ที่มี BTU ที่เหมาะสมกับห้อง ก็อาจจะสามารถช่วยได้